totallypersonal.com
know how knowlege base สาระ ทั่วไป ,จิปาถะ
ถึงแม้คนแต่ละคนจะมีความแตกต่างกันในเรื่องต่างๆ เช่น การศึกษา ฐานะทางเศรษฐกิจ สังคม ตำแหน่งหน้าที่การงาน ฯลฯ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ผมคิดว่าธรรมชาติจัดสรรมาให้กับทุกคนอย่างยุติธรรมมากที่สุด นั่นก็คือ “เวลา” ผมจะไม่พูดถึงประเด็นที่ว่าในชีวิตแต่ละคนมีความยืนยาวไม่เท่ากัน แต่ผมจะพูดถึงคุณสมบัติของเวลาที่ทุกคนได้รับมาในแต่ละวัน และเทคนิควิธีการในการบริหารเวลาเพื่อสร้างคุณค่าให้กับชีวิตของเราโดยธรรมชาติแล้ว เวลาเป็นสิ่งที่ซื้อหาไม่ได้ หยิบยืมใครหรือให้ใครยืมไม่ได้ เก็บสะสมไม่ได้ ขอใช้ก่อนก็ไม่ได้ เวลาผ่านไปอย่างสม่ำเสมอ เวลาไม่เคยขี้เกียจ เวลาไม่เคยโกงใคร และใครก็โกงเวลาไม่ได้ สิ่งเหล่านี้แหละครับที่ทำให้คนทุกคนมีการแข่งขันกันใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพราะทุกคนอยู่บนกติกาเดียวกัน 

ผมคิดว่าคนหลายคนที่เข้าใจกฎกติกาเรื่องของเวลาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว แต่บางคนยังไม่รู้สึกว่าการบริหารเวลานั้นเป็นเรื่องที่สำคัญกับชีวิต ถึงแม้เราไม่บริหารเวลา เราก็อยู่ได้อย่างปกติ ในขณะที่บางคนเห็นความสำคัญและพยายามที่จะจัดการกับเวลาในชีวิตของตัวเอง แต่ยังมีปัญหาอุปสรรคอยู่บ้าง

 

ผมอยากชี้ให้เห็นความจริงข้อหนึ่งที่เรามักจะพบเห็นกันอยู่เสมอในชีวิตจริง โดยเฉพาะการทำงาน เรามักจะพบเห็นอยู่เสมอว่าคนสองคนที่เป็นเพื่อนกันเรียนจบมาพร้อมๆกัน ฐานะก็ไม่แตกต่างกัน ทำงานไม่แตกต่างกัน โอกาสความก้าวหน้าในชีวิตไม่แตกต่างกัน แต่….ทำไมเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ปี ความแตกต่างในชีวิตของสองคนนี้แตกต่างกันมาก ทำไมคนหนึ่งประสบความสำเร็จในชีวิตมากมาย ในขณะที่อีกคนยังเหมือนเดิม แน่นอนว่าปัจจัยแห่งความสำเร็จไม่ได้อยู่ที่การบริหารเวลาเพียงอย่างเดียว แต่ผมเชื่อเหลือเกินว่าเรื่องการบริหารเวลาต้องเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งของความสำเร็จอย่างแน่นอน

 

คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่เขามักจะใช้เวลาในชีวิตที่แตกต่างจากคนอื่นๆ เช่น มีการวางแผนการใช้เวลา มีการจัดสรรเวลาเพื่อการพัฒนาศักยภาพทางการคิด จัดสรรเวลาเพื่อสร้างความสมดุลระหว่างร่างกาย จิตใจและสังคม สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดโดยการจัดลำดับความสำคัญของการใช้เวลา

 

ที่นี้เราลองมาดูซิครับว่าทำอย่างไร เราจึงจะสามารถบริหารเวลาให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชีวิตของเราได้  ผมขอแนะนำเทคนิควิธีการในการบริหารเวลาด้วยคำถามดังนี้

 

  • คุณเคยวางแผนการบริหารเวลาของชีวิตแล้วหรือยังถ้าเราต้องการให้การใช้เวลาในแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปีของเราอย่างมีประสิทธิภาพ ผมขอแนะนำว่าเราควรจะกำหนดเป้าหมายในชีวิตให้ชัดเจน ยิ่งละเอียดมากเท่าไหร่ยิ่งดี เช่น อีก 5 ปีเราจะเป็นเจ้าของกิจการ อีก 2 ปีเราจะเรียนต่อปริญญาโท  อายุไม่เกิน 35 เราจะมีบ้านเป็นของตัวเอง ฯลฯ การกำหนดเป้าหมายต่างๆในชีวิตจะช่วยให้เรากำหนดแนวทางในการไปสู่จุดเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น เพราะตัวเป้าหมายนี่แหละครับจะเป็นตัวที่ทำให้เราต้องคิดมากขึ้น ต้องจัดสรรเวลาให้ดีขึ้น การกำหนดเป้าหมายในชีวิตนั้นไม่แตกต่างอะไรกับการที่เรากำหนดเป้าหมายในการทำงานในแต่ละวัน เช่น ถ้าวันนี้เจ้านายต้องการงานด่วนหลายๆอย่างพร้อมๆกัน ผมเชื่อว่าพฤติกรรมในการบริหารเวลาของเราในวันนี้แตกต่างจากวันอื่นๆที่ไม่มีเป้าหมายในการทำงานที่ชัดเจน   ดังนั้น การกำหนดเป้าหมายชีวิตทั้งระยะสั้นและระยะยาวให้ชัดเจนนั้น ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญต่อพฤติกรรมการบริหารเวลาในแต่ปี แต่ละเดือนและแต่ละวันในการดำเนินชีวิตของเรา
  • คุณทราบหรือไม่ว่าเวลาส่วนใหญ่ที่คุณใช้ไปนั้นใช้กับเรื่องอะไรบ้าง คนหลายคนที่ไม่ประสบความสำเร็จในการบริหารเวลา เพราะมัวแต่หาเทคนิคการบริหารเวลาแบบต่างๆมาใช้โดยที่ยังไม่ทราบเลยว่าตัวเองมีจุดอ่อนจุดแข็งในการบริหารเวลาตรงไหน มันคงไม่ต่างอะไรไปกับการหายาแพงๆดีๆมารับประทาน ต่อให้ยานั้นๆดีแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าไม่ถูกกับโรคที่เราเป็นอยู่ มันคงไม่มีประโยชน์อะไร การบริหารเวลาของเราก็เช่นเดียวกัน จุดสำคัญคือเรารู้หรือยังว่าการบริหารเวลาของเรามีอาการป่วยตรงไหน ผมอยากแนะนำให้มีการจดบันทึกการใช้เวลาในชีวิตว่าแต่ละวัน แต่ละเดือน แต่ละปีนั้น เวลาของเราถูกใช้หมดไปกับเรื่องอะไรบ้าง และให้นำเอาบันทึกของการใช้เวลามาวิเคราะห์ดูว่าจุดไหนที่ควรปรับปรุง เวลาส่วนไหนที่ควรลด/เพิ่ม กิจกรรมไหนที่ควรให้ความสำคัญก่อนหลัง
  • การบริหารเวลาในระดับรากหญ้าของคุณมีประสิทธิภาพหรือยัง ขอให้ลองฝึกการบริหารเวลากับกิจกรรมย่อยๆในชีวิตประจำวันก่อน เช่น เวลาในการดูทีวี เวลา          ในการรับประทานอาหาร เวลาในการออกกำลังกาย ฯลฯ ลองวิเคราะห์ดูว่าเราใช้เวลาคุ้มค่าหรือ    ยัง ขอให้ฝึกการบริหารเวลาของกิจวัตรประจำวันก่อนโดยเน้น ที่การตรงต่อเวลา การจัดสรรเวลา         ตามลำดับความสำคัญ การสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการลดการใช้   เวลาหรือเพิ่มกิจกรรมให้กับเวลา  
  • ทำอย่างไรจึงจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเวลาที่มีอยู่เท่าเดิมได้? ทุกคนมีเวลาจำกัดเหมือนกันทุกคน ดังนั้น เราไม่สามารถขยายเวลามารองรับกิจกรรมในชีวิตได้ มีเพียงหนทางเดียวคือ ทำอย่างไรให้เวลาที่มีอยู่อย่างจำกัดนั้นถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่า เช่น บางคนอาจจะใช้เวลาในการออกกำลังกายดูทีวีหรือฟังวิทยุไปด้วย บางคนเข้าห้องน้ำไปด้วยอ่านหนังสือไปด้วย     บางคนจัดลำดับความสำคัญของงานใหม่ทุกวันว่าควรจะใช้เวลาไปกับเรื่องอะไร ก่อน-หลัง   
  • คุณเคยแบ่งเวลาให้กับการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์บ้างหรือไม่?  ความสำคัญอีกอย่างหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ เราควรแบ่งเวลาในการพัฒนาศักยภาพการคิด  สร้างสรรค์ให้กับตัวเองบ้าง เหมือนกับองค์กรต่างๆที่ได้ทุ่มเทงบประมาณในการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพราะถ้าเราไม่เคยแบ่งเวลาให้กับการคิดสร้างสรรค์เลย ในอนาคตชีวิตเราคงไม่แตกต่างอะไรไปจากคนทั่วๆไป ต้องอย่าลืมว่าคนที่ก้าวหน้าคือคนที่มีความแตกต่างจากคนอื่น   ในทางที่ดีในทางที่สร้างสรรค์ คุณคิดว่าตัวเองมีเวลาที่สูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์บ้างหรือไม่?  ผมอยากให้ท่านผู้อ่านลองสำรวจดูตัวเองนะครับว่าเวลาไหนบ้างที่เรารู้สึกว่าเราใช้มากเกินไป            เวลาไหนบ้างที่เราคิดว่าไม่ค่อยมีสาระ เวลาไหนบ้างที่น่าจะลดลงได้ เพื่อนำไปใช้กับกิจกรรม   อย่างอื่น เช่น เราคุยโทรศัพท์นานเกินความจำเป็นหรือเปล่า เราเดินเล่นคุยกับเพื่อนในที่ทำงาน         มากไปหรือปล่าว เราปล่อยให้เวลาว่างๆผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์หรือไม่  เมื่อพบว่าเวลาไหนที่          เราเสียไปโดยไม่มีประโยชน์ ขอให้ลองลดเวลาตรงนั้นลง  
  • คุณเคยคิดมอบหมายงานใหม่ๆให้กับชีวิตของตัวเองบ้างหรือไม่? เป็นธรรมชาติที่คนเราโดยทั่วไปจะทำงานให้เท่ากับเวลาที่มีอยู่ เราจะพบว่าบางวันเรามีงานเยอะ       เราก็ใช้เวลาประมาณแปดชั่วโมงในการทำงาน แต่บางวันเรามีงานน้อยเราก็ยังใช้เวลาในการ    ทำงานแปดชั่วโมงครบเหมือนกัน ดังนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เราใช้เวลาไม่คุ้มค่า ผมจึงอยาก   เสนอแนะว่าเราควรจะสร้างงานให้กับชีวิตตัวเอง ทั้งนี้เพื่อให้เราบังคับตัวเองให้ใช้เวลาอย่าง คุ้มค่าให้มากยิ่งขึ้น เช่น วันไหนงานน้อยให้เอาโครงการใหม่ๆที่เราคิดไว้มาทำ   
  • คุณเคยวางแผน ดำเนินการและประเมินผลการบริหารเวลาของตัวเองบ้างหรือไม่?  ถึงเราจะมีเทคนิควิธีการในการบริหารเวลาอย่างไรก็ตาม แต่หัวใจสำคัญที่สุดในการบริหารเวลา          เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มคือกระบวนการในการบริหารเวลาของเรามีประสิทธิภาพหรือไม่ เรามีการวาง    แผนการใช้เวลาหรือไม่ เรามีการดำเนินการบริหารเวลาอย่างจริงจังหรือไม่ และเรามีการประเมิน         ทบทวนแผนงานการบริหารเวลาเพื่อทำการปรับปรุงแก้ไขหรือไม่

สรุป การบริหารเวลาถือเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จอย่างหนึ่งของชีวิต เราจึงควรฉกฉวยโอกาศจากกระแสการไหลของเวลานำมาสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชีวิตให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้  ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่มักจะเกิดจากการเริ่มต้นจากจุดเล็กๆ ดังนั้น ถ้าเราสามารถจัดการหรือบริหารเวลาของชีวิตประจำวันได้ การบริหารเวลาแห่งชีวิตก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปนะครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้อ่านทุกคนจะเป็นนักบริหารเวลามืออาชีพนะครับ…..สวัสดีครับ


ทดสอบภาษาไทย ๅๅๅๅ 1 2 3


การเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็น วิธีการเปลี่ยนน้ำยาหล่อเย็น
น้ำยาหล่อเย็น หรือถ้าให้ดูอินเตอร์หน่อยก็ต้องเรียกว่า Engine Coolant หรือ Antifreeze นั่นเอง กับคุณสมบัติในการเพิ่มจุดเดือดให้กับน้ำที่หมุนเวียนอยู่ในระบบ รวมไปถึงการป้องกันการเกิดตะกรัน ก็เลยเป็นเหตุให้เราไม่สามารถใช้น้ำเปล่าเพียวๆ ในการระบายความร้อนได้นั่นเองล่ะครับ อ้อ ขออธิบายนิดนึงเกี่ยวกับ Antifreeze ที่บ้านเราอาจจะไม่คุ้นกันซักเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นเมืองนอกเมืองนาจะนิยมเรียก Antifreeze มากกว่า Engine Coolant ครับ ทั้งนี้ก็เพราะว่าในต่างประเทศนั้น บางช่วงนี่อุณหภูมิต่ำกว่าจุดเยือกแข็งซะอีก น้ำยาหล่อเย็นจึงต้องผสมสารที่ช่วยลดการแข็งตัวของน้ำหล่อเย็น (ได้ถึง -40 องศาเซลเซียส) ยังไงล่ะครับ
tip_2_06
ด้วยภารกิจของน้ำ + น้ำยาหล่อเย็นที่ต้องประสบพบเจอกับความร้อนตลอดเวลา การเสื่อมสภาพจึงเป็นอะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งก็เหมือนกับของเหลวในระบบอื่นๆ ที่เราจะต้องเปลี่ยนถ่ายตามระยะนั่นเองล่ะครับ และถ้าอยากมือซนดิ้นรนทำ

เองล่ะก็ ไปดูขั้นตอนการปลดประ- tip_2_09
จำการของน้ำยาหล่อเย็นเก่าได้เลย
ครับ อันดับแรกคือจะต้องหาโอกาส
ครอบครองตัวน้ำยาหล่อเย็นใหม่กัน
ก่อน อย่างของ TOYOTA เองก็จะ
มีตัว Super Long Life Coolant
(ผสมเสร็จ) ไว้คอยให้บริการอยู่แล้ว
ซึ่งสามารถหาซื้อได้ตามศูนย์บริการ
ใกล้บ้านคุณๆ ได้เลยครับ หรือถ้า
ต้องการให้เอี่ยมขึ้นอีกนิด จะล้าง
ระบบเพิ่มด้วยน้ำยาล้างหม้อน้ำแบบ
(Radiator Flush) ด้วยก็ได้นะครับ
จากนั้นก็ให้เตรียมถาดหรือกะละมัง

ใบเล็กๆ รองน้ำยาหล่อเย็นเก่าด้วย และพยายามอย่าให้สัตว์เลี้ยงเข้าใกล้เด็ดขาด เพราะสารในน้ำยาหล่อเย็นจะมีรสหวาน แต่เป็นอันตรายสำหรับสัตว์เลี้ยง (หรือกระทั่งคนเองก็เถอะ) ครับ ดังนั้นหากถ่ายน้ำยาเสร็จแล้วให้รีบทิ้ง หรือหากมีคราบก็ให้ล้างจนสะอาดทันทีเลยล่ะครับ
tip_2_11
1.รอให้เครื่องเย็น แล้วถอดน็อตถ่ายน้ำยาหล่อเย็น (เปิดคู่มือดูได้เลยครับ แต่ปกติจะอยู่บริเวณด้านล่างของหม้อน้ำ) สำหรับถ่ายน้ำยาหล่อเย็นออก พร้อมกับเปิดฝาหม้อน้ำเพื่อให้น้ำยาหล่อเย็นไหลได้สะดวกยิ่งขึ้น โดยในระหว่างนี้ก็ให้บีบท่อยางน้ำเพื่อไล่น้ำที่ค้างอยู่ในท่อยางออก แล้วปล่อยทิ้งไว้ซักครู่ จากนั้นให้ขันน็อตถ่ายน้ำยาหล่อเย็นเข้าตามเดิม
tip_2_13
2.ถ้าต้องการล้างหม้อน้ำให้ศึกษารายละเอียดจากฉลากข้างบรรจุภัณฑ์ของน้ำยาล้างหม้อน้ำ ว่าต้องผสมน้ำในอัตราส่วนเท่าใด ? ซึ่งจะต้องปฏิบัติตามนั้นอย่างเคร่งครัด เนื่องจากของเหลวเหล่านี้มักมีฤทธิ์เป็นกรด หากปล่อยให้หมุนเวียนนานเกินไปก็อาจจะเป็นอันตรายกับชิ้นส่วนต่างๆ ได้ครับ หลังจากที่ตกลงปลงใจที่จะล้างหม้อน้ำ ก็ให้เติมน้ำยาล้างหม้อน้ำกับน้ำสะอาดจนเต็ม จากนั้นปิดฝาหม้อน้ำ แล้วสตาร์ทเครื่องเพื่อให้น้ำยาล้างหม้อน้ำได้เข้าไปทำความสะอาดให้ทั่วถึง ส่วนระยะเวลาโดยเฉลี่ยก็จะอยู่ที่ประมาณ 10 นาที (แต่ยังไงก็ต้องดูที่ฉลากเป็นหลักครับ) จากนั้นให้ดับเครื่อง แล้วปล่อยให้เครื่องเย็นตัวตามธรรมชาติ ซึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรเลยล่ะครับ หลักง่ายๆ ก็คือถ้าเอามือแตะหม้อน้ำแล้วไม่ร้อนจนสะดุ้งล่ะก็ แสดงว่าเครื่องเริ่มเย็นแล้วครับ
tip_2_15
3.เมื่อเครื่องเริ่มเย็นตัว ก็จัดการถ่ายเอาน้ำยาล้างหม้อน้ำออกมาซะ (ขั้นตอนเหมือนตอนถ่ายน้ำยาหล่อเย็นเลยครับ) ถ้าจะให้ดีต้องเตรียมน้ำสะอาดไว้เยอะๆ สำหรับกรอกใส่หม้อน้ำเพื่อล้างเอาน้ำยาล้างหม้อน้ำออกให้หมด จนมั่นใจว่าเอี่ยม

อ่องดีแล้ว ก็ให้ขันน็อตถ่ายน้ำยา tip_2_17
หล่อเย็นกลับเข้าที่เดิม แล้วกรอก
น้ำยาหล่อเย็นของใหม่จนเต็ม ที่
เหลือก็มีแค่ไล่ลมในระบบออกให้
หมด เพียงเท่านี้ก็จะได้น้ำยาหล่อ
เย็นที่สดใหม่ไว้ใช้สู้กับความร้อนที่
เกิดจากการทำงานของเครื่องยนต์
แล้วล่ะครับ แล้วอย่าลืมทำความ
สะอาดถังพักน้ำและเปลี่ยนน้ำยา
หล่อเย็นของใหม่ในถังพักน้ำให้ถึง
ขีด Max ด้วยนะครับ
tip_2_20
และหลังจากไล่ลมจนมั่นใจว่าไม่มีอากาศหลงเหลือในระบบแล้ว ก็ให้รอจนเครื่องเย็นอีกครั้งนึง เพื่อตรวจเช็คระดับของน้ำยาหล่อเย็นในถังพักน้ำ ที่อาจถูกดูดเข้าไปชดเชยในระบบในขณะที่ไล่ลม เนื่องจาก ณ ตอนนั้นน้ำยาหล่อเย็นจะมีแรงดันและอุณหภูมิสูง พอเย็นตัวก็จะดูดเอาน้ำยาในถังพักมาเติมเต็มนั่นเองครับ ขั้นตอนไม่ยากไม่ง่าย แต่ต้องอาศัยทักษะ, เครื่องไม้เครื่องมือและพื้นที่กันเล็กน้อย แต่ถ้าไม่มั่นใจในฝีมือตัวเองล่ะก็ พึ่งศูนย์บริการหรืออู่ที่ซี้ๆ กันหน่อยจะดีกว่าครับ

บทความจาก etoyota club

 


Tags: , ,

Powered by Wordpress
Theme © 2005 - 2009 FrederikM.de
BlueMod is a modification of the blueblog_DE Theme by Oliver Wunder